ควรเปลี่ยนแบตไอโฟนหรือยัง วิธีการเช็คสุขภาพแบตไอโฟนง่ายๆที่ทำได้ด้วยตัวเอง
การที่เราใช้ไอโฟนในชีวิตประจำวันมักจะทำให้เราไม่ได้สนใจเกี่ยวกับอายุการใช้งานหรือประสิทธิภาพของแบตเตอรี่มากนัก จนเมื่อเรารู้สึกว่าแบตเตอรี่เริ่มเสื่อมหรือใช้งานไม่เสถียรเหมือนเดิม สิ่งที่หลายๆคนไม่รู้ก็คือ เราสามารถตรวจสอบสุขภาพของแบตไอโฟนมีวิธีง่ายๆและสะดวกมากกว่าที่คิด
การตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่เป็นขั้นตอนสำคัญในการดูแลแบตไอโฟนให้ใช้งานได้นานและเต็มประสิทธิภาพ หากแบตเตอรี่เสื่อมสภาพจนทำให้การใช้งานไอโฟนไม่สะดวกสบาย และมีปัญหา การเปลี่ยนแบตไอโฟนอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเพื่อให้การใช้งานของคุณไม่สะดุด วันนี้ Commy จะพาคุณมาเรียนรู้ว่าทำไมการตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่จึงมีความสำคัญ และวิธีการตรวจสอบสุขภาพแบตไอโฟน รวมทั้งวิธีการดูแลแบตไอโฟนให้ใช้ได้ยาวนานมากขึ้น
ก่อนตัดสินใจ เปลี่ยนแบตไอโฟน ควรตรวจสอบสุขภาพแบตไอโฟนก่อน
แบตไอโฟนถือเป็นส่วนประกอบสำคัญที่สุดของไอโฟน และเมื่อเราใช้งานอย่างต่อเนื่องบวกกับใช้งานต่อเนื่องทั้งวันทำให้แบตไอโฟนเสื่อมสภาพไปตามการใช้งาน
สำหรับอาการแบตเตอรี่เสื่อมมีด้วยกันหลายอาการ ยกตัวอย่างเช่น
-
แบตเตอรี่หมดเร็วเกินไป เช่น ไอโฟนของคุณใช้งานได้ไม่นานแม้จะชาร์จเต็มแล้ว
-
ไอโฟนทำงานช้าลง เพราะเมื่อแบตเสื่อมการทำงานและการตอบสนองของไอโฟนจะช้ากว่าเดิม เนื่องจากระบบจัดการพลังงานของไอโฟนจะลดการประมวลผลเพื่อป้องกันการปิดเครื่องฉับพลัน
-
การชาร์จไม่เต็มหรือไม่สามารถชาร์จได้ หากไอโฟนของคุณชาร์จแบตไม่เข้าหรือชาร์จได้ช้าแม้ว่าหัวชาร์จและสายชาร์จทำงานได้ปกติ ถือเป็นสัญญาณของแบตไอโฟนที่เริ่มเสื่อมสภาพ
โดยทั่วไปแบตไอโฟนมีอายุการใช้งานประมาณ 500 รอบการชาร์จ ซึ่งอาจทำให้ความจุของแบตเตอรี่ลดลงเหลือประมาณ 80% เมื่อไอโฟนของคุณมีอาการคล้ายแบตเตอรี่เสื่อมสภาพข้างต้น ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนแบตไอโฟน เราควรตรวจสอบสุขภาพแบตไอโฟนเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง
วิธีตรวจสุขภาพแบต ก่อนเปลี่ยนแบตไอโฟน
การตรวจสอบสุขภาพแบตสามารถทำได้ง่ายๆผ่านการตั้งค่าบน iPhone โดยมีขั้นตอนดังนี้
-
เข้าไปที่เมนู “การตั้งค่า (Setting)”
เปิดแอปพลิเคชั่นการตั้งค่าบน iPhone ของคุณแล้วเลื่อนลงมาที่ตัวเลือก แบตเตอรี่ (Battery)
-
เลือก “สุขภาพแบตเตอรี่ (ฺBattery Health)”
ในเมนูแบตเตอรี่คุณจะเห็นตัวเลือก “สุขภาพแบตเตอรี่” ซึ่งแสดงข้อมูลเกี่ยวกับสถานะและประสิทธิภาพของแบตไอโฟนของคุณ
-
ตรวจสอบข้อมูลสุขภาพแบตเตอรี่
ในเมนูสุขภาพแบตเตอรี่นั้น เราจะเห็นข้อมูลดังนี้
-
Maximum Capacity : แสดงค่าความจุสูงสุดของแบตเตอรี่เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ใหม่ ซึ่งบ่งบอกว่าแบตเตอรี่มีการเก็บพลังงานได้มากน้อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ใหม่
-
Peak Performance Capability : แสดงสถานะของแบตเตอรี่ว่ามีผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของไอโฟนหรือไม่ โดย Apple จะบอกเราว่าแบตเตอรี่ของเราสามารถทำงานได้ตามปกติหรือไม่
หากเห็น Maximum Capacity ต่ำกว่าหรือใกล้เคียงกับ 80% หรือมีข้อความแจ้งเตือนประสิทธิภาพที่ลดลง ถือว่าเป็นสัญญาณว่าคุณควรเปลี่ยนแบตไอโฟนเพื่อให้การทำงานกลับมามีประสิทธิภาพเหมือนเดิม
เคล็ดลับในการดูแลแบตไอโฟนให้ใช้งานได้ยาวนาน
การดูแลรักษาแบตไอโฟนเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตไอโฟน แม้ว่าแบตเตอรี่จะมีอายุการใช้งานที่จำกัด แต่การดูแลที่ดีจะช่วยยืดอายุในการใช้งานได้มากขึ้น
-
หลีกเลี่ยงการชาร์จเต็มหรือปล่อยจนแบตหมด การชาร์จแบตจนเต็ม 100% หรือปล่อยให้แบตหมด 0% บ่อยๆ จะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้น ควรชาร์จเมื่อแบตเหลือประมาณ 20%-80% จะดีที่สุด
-
อย่าปล่อยให้ไอโฟนร้อนจนเกินไป การใช้งานจนไอโฟนร้อนเกินไป เช่น การเล่นเกมหรือทำงานหนัก มีโอกาสทำให้แบตเสื่อมเร็ว ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานที่จะทำให้เครื่องร้อนจนเกินไป
-
เปิดโหมดประหยัดพลังงาน หากต้องการยืดอายุการใช้งานในระหว่างวัน ควรเปิดโหมดประหยัดพลังงานเพื่อลดการใช้งานพลังงานจากแอปต่างๆ
การตรวจสุขภาพแบตไอโฟนเป็นวิธีง่ายๆที่จะช่วยให้คุณมั่นใจว่าเมื่อไหร่ที่แบตไอโฟนของคุณเริ่มเสื่อมสภาพและถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยน หากพบว่าสุขภาพแบตเตอรี่เริ่มเสื่อม ควรพิจารณา เปลี่ยนแบตไอโฟน เพื่อให้ไอโฟนสามารถกลับมาใช้งานได้อย่างเต็มที่และปลอดภัย และหากคุณไม่อยากต้องเสียเงินเปลี่ยนแบตไอโฟนก่อนเวลาอันควร อย่าลืมดูแลรักษาแบตไอโฟนเพื่อยืดอายุการใช้งานของแบตไอโฟนให้นานที่สุด
อ่านบทความอื่นๆที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแบตไอโฟนได้ที่
https://www.commystore.com/blogs/blogs